เข้าสู่ระบบ
ลืมรหัสผ่าน

ลงทะเบียน


 
ความรู้เรื่องโรคติดเชื้อทางเดินหายใจจากเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV)

อ่านเพิ่มเติมที่นี่

คำแนะนำสำหรับผู้ปกครองก่อนส่งเด็กมาสถานศึกษา

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมที่นี่..

คำแนะนำสำหรับผู้ทำการคัดกรองในสถานศึกษา

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมที่นี่..

แนวทางปฏิบัติคัดกรองนักเรียน ในสถานศึกษา เพื่อเฝ้าระวังโรค COVID-19

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่..

แนวทางปฏิบัติคัดกรองครูและบุคลากร ในสถานศึกษา เพื่อเฝ้าระวังโรค COVID-19

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่..

แนวทางปฏิบัติเมื่อพบผู้ป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจเป็นกลุ่มก้อน (Cluster) ในสถานศึกษา

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่..

แนวทางปฏิบัติ กรณีพบผู้ป่วยยืนยันโรค COVID-19 ในสถานศึกษา

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่..

E-book เทคนิคการพัฒนาศูนย์เด็กเล็กสู่ความเป็นเลิศด้านการป้องกันควบคุมโรคติดต่อ

อ่าน E-Book ที่นี่

วันที่ 12-13 ธ.ค. 2562 กรมควบคุมโรค ร่วมกับ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นร่วมกันจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อผลักดันนโยบายการบูรณาการดำเนินงานเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคติดต่อในกลุ่มเด็กปฐมวัย

ขอเชิญผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม..ประชุมเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อผลักดันนโยบายการบูรณาการดำเนินงานเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคติดต่อในกลุ่มเด็กปฐมวัย

ข้อมูลกำหนดการเพิ่มเติมที่นี่...

ประชุมหารือในการกำหนดทิศทางการดำเนินงานเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคติดต่อในเด็ก ปีงบประมาณ 2563

แนวทางควบคุมโรคติดต่อและโรคมือ เท้า ปาก ในศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาล

คลิกเพื่อดาวน์โหลด

แนวทางการป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพในเด็ก สำหรับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)

คลิกเพื่อดาวน์โหลด

สื่อภาพพลิก เรื่อง โรคติดต่อที่สำคัญในเด็ก

ดาวน์โหลดเอกสารที่นี่

โรค RSV

RSV : Respiratory Syncytial Virus จริง ๆ แล้ว เป็นเชื้อไวรัสที่ทำให้ทางเดินหายใจอักเสบในผู้ป่วยทุกช่วงอายุ แต่อาการจะเป็นมากในช่วงวัยเด็ก โดยเฉพาะเด็กอายุน้อย ๆ ตั้งแต่วัยเบบี๋จนถึงช่วงวัยเข้าเนิร์สเซอรี่ ประเทศไทยมักมีการระบาดในช่วงฤดูฝน โดยเด็ก ๆ จะติดเชื้อ RSV จากการรับเชื้อทางเดินหายใจ เช่น ไอ จาม น้ำมูก น้ำลาย เสมหะ จากการสัมผัส หรือละอองน้ำมูกของผู้ป่วยคนอื่น และมีระยะฟักตัวประมาณ 2-7 วัน การติดเชื้อระบบทางเดินหายใจจากไวรัส RSV เกิดได้ตั้งแต่ส่วนบนจนถึงส่วนล่าง ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการหลอดลมฝอยอักเสบ และอาจทำให้ปอดอักเสบติดเชื้อ โดยเฉพาะเด็กเล็กจะมีอาการปอดบวม ไอ หอบได้ง่าย เด็กจะมีอาการหายใจเร็ว หอบเหนื่อย บางครั้งเป็นมากจะหายใจดัง "วี้ด" ถ้าเป็นมากขึ้นจะมีอาการหายใจล้มเหลวได้ นอกจากนั้นยังส่งผลให้เด็กบางคนมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคหอบหืดในอนาคตได้อีกด้วย ถึงได้เรียก RSV ว่าเป็นเจ้าวายร้ายทำลายระบบทางเดินหายใจไงคะ

10 มาตรการศูนย์เด็กเล็กปลอดโรค

กรมควบคุมโรค สำนักโรคติดต่อทั่วไป กลุ่มโรคติดต่อในเด็ก มี "10 มาตรการศูนย์เด็กเล็กปลอดโรค" ในศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาล

กรมควบคุมโรค แนะดูแลและสังเกตอาการป่วยของเด็กเล็กอย่างใกล้ชิด ระวังป่วยด้วยโรคมือ เท้า ปาก หลังปีนี้พบผู้ป่วยเกือบ 5 หมื่นราย เสียชีวิต 3 ราย

กรมควบคุมโรค แนะดูแลและสังเกตอาการป่วยของเด็กเล็กอย่างใกล้ชิด ระวังป่วยด้วยโรคมือ เท้า ปาก หลังปีนี้พบผู้ป่วยเกือบ 5 หมื่นราย เสียชีวิต 3 ราย  กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แนะพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครู ดูแลและสังเกตอาการป่วยของเด็กเล็กอย่างใกล้ชิด หลังปีนี้พบเด็กป่วยโรคมือ เท้า ปาก รวมเกือบ 5 หมื่นรายแล้ว และเสียชีวิต 3 ราย โดยขอความร่วมมือสถานศึกษาร่วมคัดกรองเด็กนักเรียนทุกเช้าก่อนเข้าเรียน หากพบเด็กป่วยให้แยกออกมา และแจ้งผู้ปกครองมารับเด็กกลับ           วันนี้ (21 สิงหาคม 2560) นายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงฤดูฝนนี้มักพบเด็กเล็กป่วยด้วยโรคมือ เท้า ปาก โดยเฉพาะในสถานศึกษาที่เป็นสถานที่ที่มีเด็กอยู่รวมกันจำนวนมาก ทำให้เกิดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อโรคได้ง่าย  จากข้อมูลของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค สถานการณ์โรคมือ เท้า ปาก ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 16 ส.ค. 60 พบผู้ป่วยแล้ว 49,019 ราย และเสียชีวิต 3 ราย ในจังหวัดจันทบุรี ราชบุรี และร้อยเอ็ด        โรคมือ เท้า ปาก เกิดจากเชื้อเอนเทอโรไวรัสหลายชนิด แต่ชนิดที่รุนแรงมากและเสี่ยงต่อการเสียชีวิตมากกว่าสายพันธุ์ทั่วไป คือ EV71 โรคนี้พบได้มากในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ซึ่งมีภูมิคุ้มกันต่ำ การติดต่อเกิดจากการได้รับเชื้อทางปากโดยตรง ซึ่งเชื้อไวรัสจะติดมากับมือหรือของเล่นที่เปื้อนน้ำมูก น้ำลาย น้ำจากแผลตุ่มพองหรืออุจจาระของผู้ป่วย หรือติดต่อจากการ  ไอ จาม รดกัน โรคนี้อาจมีอาการเล็กน้อย เช่น มีไข้ ผื่น ตุ่มน้ำใส หรือเม็ดแดงๆ ในปาก ฝ่ามือ ฝ่าเท้า หรือก้น ซึ่งหายได้เอง ใน 7-10 วัน ทั้งนี้ โรคนี้ไม่มียารักษา ไม่มีวัคซีน จะรักษาตามอาการ ถ้าหากเด็กมีอาการแทรกซ้อน เช่น ไข้สูง ซึม อาเจียน หอบ ต้องรีบนำเด็กไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลทันที ซึ่งจากรายงานของโรงพยาบาล 15 แห่งที่เข้าร่วมโครงการเฝ้าระวังเชื้อก่อโรคมือ เท้า ปาก ในกลุ่มเด็กแรกเกิด - 5 ปี ของสำนักระบาดวิทยา ในเดือนกรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา ได้รับตัวอย่างผู้ป่วยทั้งหมด 93 ราย ตรวจพบเชื้อ 28 ราย ในจำนวนนี้พบติดเชื้อ EV71 มากถึง 14 ราย (ร้อยละ 50)  ส่วนพื้นที่ที่ควรติดตามและเฝ้าระวังเป็นพิเศษ คือจังหวัด  ที่มีอัตราป่วยสูงกว่าค่าเฉลี่ยกลางเท่ากับ 2 เท่าขึ้นไป มี 8 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย น่าน เชียงใหม่ พิษณุโลก พะเยา แม่ฮ่องสอน ลพบุรี และสุราษฎร์ธานี           นายแพทย์เจษฎา กล่าวอีกว่า กรมควบคุมโรค ขอความร่วมมือสถานศึกษาดำเนินการอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องเพื่อให้การป้องกันควบคุมโรค ดังนี้ 1.คัดกรองเด็กทุกเช้าก่อนเข้าเรียน หากพบเด็กป่วยให้แยกออกมา และแจ้งผู้ปกครองมารับเด็กกลับและให้พักฟื้นจนกว่าจะหายเป็นปกติ  2.สอนให้เด็กล้างมือบ่อยๆ และจัดให้มีจุดล้างมือ พร้อมสบู่หรือแอลกอฮอล์เจล รวมถึงทำความสะอาดอุปกรณ์ที่เป็นส่วนรวมเป็นประจำ 3.หากพบเด็กป่วยเป็นจำนวนมาก ควรพิจารณาปิดสถานศึกษาเพื่อชะลอการระบาดและการแพร่กระจายเชื้อ 4.ให้ความรู้และคำแนะนำเกี่ยวกับโรคแก่นักเรียนและผู้ปกครอง  สำหรับพ่อแม่ ผู้ปกครอง ควรหมั่นสังเกตอาการบุตรหลานอย่างใกล้ชิด หากมีอาการไข้ร่วมกับแผลในปาก โดยอาจมีหรือไม่มีตุ่มน้ำที่มือหรือเท้าก็ได้ บางรายอาจมีเฉพาะไข้ ควรรีบพาไปพบแพทย์และให้หยุดเรียนจนกว่าจะหายเป็นปกติ และไม่ควรคลุกคลีกับคนอื่นๆ ในครอบครัวหรือชุมชน เพื่อชะลอการระบาดและการแพร่กระจายเชื้อ สอบถามเพิ่มเติมที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422  ******************************************************************ข้อมูลจาก : สำนักโรคติดต่อทั่วไป / สำนักสื่อสารความเสี่ยงฯ กรมควบคุมโรคโทรศัพท์ 0-2590-3857 วันที่ 21 สิงหาคม 2560

สรุปการประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อพัฒนาเครือข่ายการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคในศูนย์เด็กเล็ก วันที่ 11 - 12 มีนาคม 2558 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมที่นี้

กำหนดการประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อพัฒนาเครือข่ายการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคในศูนย์เด็กเล็ก

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมที่นี้

9 ธ.ค. 2557 จุดเน้นศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาลปลอดโรคปี 2558

เป็นการศึกษาเชิงเปรียบเทียบ ระหว่างศูนย์เด็กเล็กที่ได้ดำเนินการตามข้อกำหนดของกรมควบคุมโรค และศูนย์เด็กเล็กที่ไม่ได้ดำเนินการตามข้อกำหนดของกรมควบคุมโรค วิเคราะห์ถดถอยเอกนามและวิเคราะห์ถดถอยพหุนาม  ใช้ข้อมูลรายงานโรค 506 ของอุบัติการณ์โรคมือ เท้า ปากในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี  ที่เปลี่ยนแปลงระหว่างปี พ.ศ.2555 และ พ.ศ. 2556 ในตำบลที่ศูนย์เด็กเล็กนั้นตั้งอยู่   กลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 260 แห่ง มาจาก 16 อำเภอ 108 ตำบล จากทั้งหมด 10 จังหวัด Download เอกสารที่นี่