เข้าสู่ระบบ
ลืมรหัสผ่าน

ลงทะเบียน


 

ไข้หวัดใหญ่

โรคไข้หวัดธรรมดา (cold) และไข้หวัดใหญ่ (Influenza) เป็นโรคที่พบบ่อยมากในคนทุกเพศทุกวัยทุกเชื้อชาติ ในสหรัฐอเมริกามีข้อมูลกว่าร้อยละ 90 ของ ประชากร จะต้องป่วยเป็นโรคหวัด อย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อปี สำหรับโรคไข้หวัดใหญ่บางครั้งก็มีอาการอ่อนจนแยกจากโรคไข้หวัดธรรมดาไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็ก แต่บางครั้งก็จะมีอาการรุนแรงกว่าอย่างเห็นได้ชัดและเป็นอยู่นานวันกว่า อาการทั่ว ๆ ไป ของโรคทั้งสอง อาจมีได้ตั้งแต่เป็นหวัดคัดจมูก น้ำมูกไหล จาม เจ็บคอ ไอ และมีไข้ ระยะฟักของโรค ทั้งสองค่อนข้างสั้นเพียง 1-4 วัน แต่โรคก็จะหายเร็ว (5-7 วัน) หากมีภาวะแทรกซ้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของไข้หวัดใหญ่ก็จะกินเวลาเนิ่นนานออกไปอีก สำหรับหวัดธรรมดานั้นต้นเหตุของโรคคือ Rhinovirus ซึ่งอยู่ในสกุล Picornaviridae ส่วนไข้หวัดใหญ่เกิดจาก Influenza virus ซึ่งอยู่ในสกุล Orthomyxoviridae ตารางที่ 1 จะแสดงข้อแตกต่างระหว่างอาการของโรคหวัดธรรมดาและไข้หวัดใหญ่โรคไข้หวัดธรรมดา (cold) และไข้หวัดใหญ่ (Influenza) เป็นโรคที่พบบ่อยมากในคนทุกเพศทุกวัยทุกเชื้อชาติ ในสหรัฐอเมริกามีข้อมูลกว่าร้อยละ 90 ของ ประชากร จะต้องป่วยเป็นโรคหวัด อย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อปี สำหรับโรคไข้หวัดใหญ่บางครั้งก็มีอาการอ่อนจนแยกจากโรคไข้หวัดธรรมดาไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็ก แต่บางครั้งก็จะมีอาการรุนแรงกว่าอย่างเห็นได้ชัดและเป็นอยู่นานวันกว่า อาการทั่ว ๆ ไป ของโรคทั้งสอง อาจมีได้ตั้งแต่เป็นหวัดคัดจมูก น้ำมูกไหล จาม เจ็บคอ ไอ และมีไข้ ระยะฟักของโรค ทั้งสองค่อนข้างสั้นเพียง 1-4 วัน แต่โรคก็จะหายเร็ว (5-7 วัน) หากมีภาวะแทรกซ้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของไข้หวัดใหญ่ก็จะกินเวลาเนิ่นนานออกไปอีก สำหรับหวัดธรรมดานั้นต้นเหตุของโรคคือ Rhinovirus ซึ่งอยู่ในสกุล Picornaviridae ส่วนไข้หวัดใหญ่เกิดจาก Influenza virus ซึ่งอยู่ในสกุล Orthomyxoviridae ตารางที่ 1 จะแสดงข้อแตกต่างระหว่างอาการของโรคหวัดธรรมดาและไข้หวัดใหญ่

ตารางที่ 1 อาการของโรคหวัดธรรมดา และไข้หวัดใหญ่

 

 

 

 

อาการ

ไข้หวัดธรรมดา

ไข้หวัดใหญ่

ไข้

พบได้บ่อยในเด็กผู้ใหญ่อาจมีไข้ต่ำๆ

ไข้สูงทั้งเด็กและผู้ใหญ่

อาการปวดกล้ามเนื้อ

ไม่ใคร่จะพบ ถ้ามีก็อ่อนๆ

พบบ่อยและปวดมาก

อาการอ่อนเพลีย

มีน้อยเป็นอยู่ระยะสั้นๆ

เป็นมากและอาจนานเป็นสัปดาห์

คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน

ไม่ใคร่พบ

พบได้โดยเฉพาะพบบ่อยในเด็ก

คัดจมูก น้ำมูกไหล เจ็บคอ

พบบ่อยในระยะเริ่มแรก

พบได้บ่อยแต่ในระยะหลังๆ

 

อาการวิทยา(1)

โรคไข้หวัดใหญ่อาจแบ่งไปได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ดังนี้คือ

  1. ไข้หวัดใหญ่ที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อน
  2. ไข้หวัดใหญ่ที่มีภาวะแทรกซ้อน
  3. โรคอื่น ๆ ที่อาจสัมพันธ์กับไข้หวัดใหญ่
1. ไข้หวัดใหญ่ที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อน

1.1 ไข้หวัดใหญ่ในผู้ใหญ่

        ผู้ป่วยส่วนใหญ่ ที่เป็นไข้หวัดใหญ่จะมีไข้สูงเฉียบพลัน (38°-40° ซ.) ภายใน 48 ชั่วโมง หลังจากที่ได้รับเชื้อ ระยะฟักตัวของโรคมักจะสั้น ซึ่งจะขึ้นอยู่กับปริมาณของไวรัสที่ได้รับ อาจจะนานถึง 4-5 วัน หรืออาจสั้นเพียง 24-48 ชั่วโมงก็ได้ อาการนำมักจะเริ่มด้วยมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล ตามมาด้วยไข้สูง ปวดศรีษะ หนาวสะท้าน และมีอาการไอแห้ง ๆ ในวันแรกที่ป่วย ผู้ป่วยที่เป็นผู้ใหญ่บางรายอาจจะมีอาการทางระบบหายใจน้อย แต่มีอาการไม่สบาย ปวดเมื่อยตามเนื้อตามตัว และปวดหลังมากกว่า อย่างไรก็ตามอาการคัดจมูกมักจะพบบ่อยและอาการที่ร่วมด้วยก็คือ คอแห้งและคันคอ มากกว่าที่จะมีอาการเจ็บคอ ในบางรายอาจจะมีน้ำมูกไหลอย่างมาก และมีอาการจามด้วย ตาแดงและน้ำตามักจะไหล ต่อมาเมื่อมีอาการไอมากขึ้นมีอาการเจ็บบริเวณกลางอก ถึงแม้ว่าคอแดงแต่ไม่มี exudate ต่อมน้ำเหลืองที่คอไม่โต เสียงแหบ หรือบางรายเสียงแห้งหายไปก็ได้ ผู้ป่วยจะนอนหลับไม่สนิท เบื่ออาหาร คลื่นไส้ และเวียนศรีษะด้วย ลิ้นมักจะปกติ แต่อาจมีกลิ่นปากบ้าง ในรายที่ได้นอนพัก อาการโดยทั่วไปมักไม่รุนแรง ภายใน 3-4 วัน ไข้จะลดลงสู่ระดับปกติและส่วนใหญ่จะลดลงในเวลาไม่เกิน 5 วัน แต่จะยังคงมีอาการอ่อนเพลีย และมีอาการ ไอมีเสมหะเป็นก้อน ๆ ต่อไปอีก 2-3 วัน ผู้ป่วยจะกลับไปปฏิบัติงานได้ตามปกติภายใน 7-10 วัน

        ในระหว่างที่โรค กำลังดำเนินอยู่ การตรวจทางกายภาพ อาจจะได้ fine rale เป็นหย่อม ๆ หรืออาจพบว่ามีเสียงหายใจเบาลง การถ่ายภาพ รังสีปอด พบว่าปกติ ในรายที่มีโรคปอด-หลอดลมอยู่เดิมอาจฟังได้เสียง rale และ wheezing rhonchi ได้ ชีพจร การเต้นหัวใจมักจะช้าลงมากกว่าที่จะเต้นเร็วกว่าปกติ ความดันโลหิตจะสูงขึ้นในระหว่างที่มีไข้ ยกเว้นในรายที่มีโรคหัวใจอยู่เดิม หรือ ผู้ป่วย สูงอายุอาจพบว่าลดต่ำลง ในคนปกติจะไม่พบ extrasystole แต่ใน EKG อาจพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงของ T waves และ 
S-T segments ได้บ้างเล็กน้อย ในรายที่มีรอยโรคที่ลิ้นหัวใจ มักจะมีภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญคือ ปอดอักเสบอย่างรุนแรง ESR มักอยู่ในเกณฑ์ปกติ และเม็ดเลือดขาวก็อยู่ในเกณฑ์ปกติ

1.2 ไข้หวัดใหญ่ในเด็ก

        อาการจะขึ้นอยู่ กับอายุของผู้ป่วยด้วย หากผู้ป่วยเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 4 ขวบ มักจะมีอาการชัก มี croup หรือภาวะแทรกซ้อนทางปอด ซึ่งจะต้องรับไว้รักษาในโรงพยาบาล เด็กมักจะไอมาก อาเจียนและบางรายมีอาการคอแห้ง แต่การตรวจ CSF พบว่าปกติ ในบางรายอาจมีไข้สูงอยู่นานวัน เบ็นเน็ทได้ศึกษาผู้ป่วย จำนวน 185 ราย ในกลุ่มอายุต่าง ๆ ใน นครเมลเบอร์น เมื่อปี พ.ศ. 2516 พบว่ามีอาการต่าง ๆ กัน ดังตารางที่ 2

ตารางที่ 2 แสดงอาการสำคัญของโรคไข้หวัดใหญ่ในเด็กและวัยรุ่น

อาการ

อายุ

แรกเกิด-4 ปี

4-9 ปี

10-19 ปี

ไอ

40

5

-

ไอ, น้ำมูกไหล

22

-

-

ไอ, ปวดศรีษะ

-

7

6

ไอ, ปวดศรีษะ, ปวดตามตัว

-

-

14

ไอ, เจ็บคอ

-

-

5

Croup

28

5

5

ชัก

14

-

-

อาเจียน

10

6

-

ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ

-

-

23

เจ็บคอ

-

-

15

ไข้สูงนานวัน

5

1

1

ปอดบวม

12

3

0

Lumbar puncture

19

6

15

       มีข้อที่น่าสังเกตก็คือ เด็กที่ป่วยด้วยเชื้อ Influenza B มักมีอาการรุนแรงกว่า ที่ป่วยด้วย Influenza A และอาการคัดจมูก 
น้ำมูกไหล ก็จะมากกว่าด้วย ในเด็กอาจพบว่ามีเลือดกำเดาไหลด้วย ในเด็กแรกเกิดมักจะมีอาการอ่อนคล้ายไข้หวัดธรรมดา

1.3 ไข้หวัดใหญ่ในหญิงมีครรภ์และผลต่อทารกในครรภ์

        สตรีมีครรภ์ จะมีอันตรายสูงหากป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ในระยะไตรมาสที่ 3 พบว่าอันตรายค่อนข้างสูง ในระหว่างการระบาดเมื่อปี พ.ศ. 2500 ผู้ป่วยมักจะมีภาวะแทรกซ้อนทางปอดอย่าง รุนแรงและทารกอาจจะถึงแก่กรรมด้วย ยิ่งในรายที่มีลิ้นหัวใจไมตรัลตีบ ภาวะแทรกซ้อนทางปอดจะพบในอัตราที่สูงขึ้นด้วย

        สำหรับทารกใน ครรภ์ อาจจะได้รับผลจากการที่มารดาป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ อาจจะตายระหว่างคลอดหรือหลังคลอดใหม่ ๆ อาจคลอดก่อนกำหนด อาจมีความพิการแต่กำเนิด เป็นต้น

2. โรคไข้หวัดใหญ่ที่มีภาวะแทรกซ้อน

        ภาวะแทรก ซ้อนที่พบบ่อยได้แก่ ภาวะแทรกซ้อนต่อทางเดินหายในส่วนล่าง ระบบหัวใจ หลอดเลือด และระบบประสาทกลาง แต่ส่วนใหญ่จะเกิดที่ทางเดินหายใจ ทั้งนี้เนื่องจากขณะที่ไวรัสไข้หวัดใหญ่เพิ่มจำนวน เยื่อบุทางเดินหายใจจะถูกทำลายอย่างมาก (epithelial necrosis)

2.1 ภาวะแทรกซ้อนทางเดินหายใจ

      2.1.1 Tracheo-bronchitis และ bronchiolitis

        ผู้ป่วยจะ มีอาการรุนแรงจนต้องรับไว้รักษาในโรงพยาบาล จะมีอาการไอมีเสมหะมาก เจ็บกลางอก แน่นหน้าอก และหายใจมีเสียงหวีดทั่วปอด มักจะเกิดในผู้สูงอายุและผู้ที่มี chronic obstructive bronchitis อยู่เดิม ภาพรังสีปอดจะปกติ

      2.1.2 Influenzal pneumonia

        ผู้ป่วยจะ มีอาการหายใจหอบ เจ็บหน้าอก ไอมีเสมหะมาก เสมหะมีลักษณะเป็นมูก หรือเป็นฟอง ๆ และมักมีเลือดติดออกมาด้วย ซึ่งแสดงว่าถุงลมเกิดการอักเสบแล้ว ตรวจพบ rale เสียงเหมือนฟองน้ำ (bubbling rale) เคาะปอดทึบ แต่ภาวะแทรกซ้อน
อื่น ๆ เช่น empyema มักไม่ใคร่พบ ภาพรังสีปอดจะเห็นว่าปอดอักเสบอย่างชัดเจน การเกิดปอดบวมนี้จะเกิดจากไวรัสเอง (primary influenzal pneumonia) หรือเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำเติมก็ได้ (staphylococcus, hemophilus และ pneumococcus) ผู้ป่วยที่มีโรคหลอดลม-ปอด อยู่เดิมหากเกิดเป็นปอดบวมอัตราตายจะสูงมาก

2.2 ภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจ

         ดังได้กล่าวไว้แล้วว่า ในผู้ป่วยที่มีโรคหัวใจอยู่เดิมมักจะมีภาวะแทรกซ้อนทางปอดในอัตราที่สูง สำหรับภาวะแทรกซ้อนที่หัวใจโดยตรงนั้นได้แก่ myocarditis นอกจากนั้น อาจจะพบการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย เช่น การเปลี่ยนแปลงของเสียงหัวใจ การเปลี่ยนแปลงในอัตราการเต้นของหัวใจ หรือในคนที่ไม่เคยเป็นโรคหัวใจอยู่เดิมอาจพบว่ามี congestive heart failure ได้

        ในผู้สูงอายุอาจ พบว่ามี ความดันโลหิตลดต่ำลงและถึงแก่กรรมปุปปับก็ได้ มีผู้เคยแยกเชื้อ ไวรัสไข้หวัดใหญ่ได้จากกล้ามเนื้อหัวใจด้วย ในบางกรณีอาจมีการอักเสบของเยื่อหุ้มด้วยก็ได้ ผู้ที่เสี่ยงสูงที่จะได้รับอันตรายในการเกิดภาวะแทรกซ้อนหัวใจ ได้แก่ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงและผู้ที่ป่วยเป็น ischemic heart disease

2.3 ภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท

        อาจพบว่ามี encephalitis หรือ encephalopathy มักเกิดแก่ผู้ป่วยเด็ก นอกจากนั้น พบว่าอาจเกิด Guillain-Barre syndrome ก็ได้


3. โรคอื่น ๆ ที่อาจสัมพันธ์กับไข้หวัดใหญ่

3.1 Reye’s Syndrome

        โรคนี้คือ กลุ่มอาการ encephalopathy ที่มี fatty liver ร่วมด้วย มักเกิดแก่เด็ก เกิดภายหลังจากที่มี viral infections หลายชนิด รวมทั้ง Influenza A และ B ด้วย กลุ่มอาการนี้จะพบบ่อยในรายที่ได้รับยาลดไข้ประเภทแอสไพริน

3.2 Diabetic Ketosis
  ใ
นรายที่เป็นโรค เบาหวานแล้วป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ อาจนำไปสู่ภาวะ diabetic ketosis และถึงแก่กรรมได้ รายที่ตายพบว่า ระดับโปแตสเซียมในซีรั่มจะลดต่ำลงด้วย 
 

       ในรายที่เป็นโรค เบาหวานแล้วป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ อาจนำไปสู่ภาวะ diabetic ketosis และถึงแก่กรรมได้ รายที่ตายพบว่า ระดับโปแตสเซียมในซีรั่มจะลดต่ำลงด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : http://thaigcd.ddc.moph.go.th/knowledges/view/101